033~Lesson Journal

posted on 12 Aug 2008 15:20 by panda500  in 000Diary

วันแม่ ... 

 

ครูก็ยังมาสอนเปียโน (และไม่ใช่บ้านขอบฉันบ้านเดียวนะ รู้สึกว่าจะสอนเต็มวันเหมือนปกติ นั่นเพราะเด็ก ๆ ได้หยุดกัน) 

 

เราลุยโซนาต้ากันต่อไป เพลงนี้มีแนวโน้มดีขึ้นแล้วนะ ฉันค่อยใจชื้น (แต่อย่าด่วนดีใจ เพราะหนทางมันยังอีกยาวไกลนัก) Czerny (แบบฝึกหัด) กับไฟนอลแฟนตาซี (Zanakand) โดนดองอีกล่ะ ฉันว่าอีกไม่นานฉันก็จะลืมที่อุตส่าห์ซ้อมมานะ (เมื่อคืนก็อุตส่าห์ซ้อม นึกว่าครูจะอยากฟัง) แต่ว่าตอนนี้ต้องมุ่งเรียนโซนาต้าก่อน เพราะว่า ครูของฉันเขากะจะรวมพลนักเรียนทั้งหลายไปบ้านน้องคนนึง น้องหมวยเนตรนารีนั่นเอง (ยังจำได้ไหม น้องที่เขาถามว่าเราเรียนชั้นอะไรน่ะ ...) ฉันอยากจะให้โซนาต้ามันทันเอาไปเล่นที่บ้านน้องเขา ถึงเวลานั้นมูฟแรกคงได้แล้วล่ะโน๊ะ ถ้าฉันไม่โง่เกินไป 

 

ฉันเป็นคนประมาณว่าแยกประสาทซ้ายขวาไม่ได้ แย่มาก ๆ ถ้าให้ทำอะไรปัจจุบันทันด่วน ครูฉันก็ชอบเหลือเกิน "เอ๊า... กี้ มือขวาเล่น มือซ้ายตบตัก~" สั่งทันทีล่ะมันทำไม่ได้นะ 555+ ครูก็ยังไม่ยอมแพ้นะ "เล่นให้มันได้" ... ก็ได้มาแบบกระท่อนกระแท่นอ่ะ สุดท้ายก็ต้องฝึกเองนี่แหละ พอมีเวลาไม่จำกัดค่อย ๆ ทำซ้ำ ๆ กันไป ฉันถึงจะทำได้น่ะ อีกอย่างฉันก็โรคจิตมากชอบอะไรที่มันทำซ้ำ ๆ อยู่แล้ว (เหมือนคนจับเจ่า ไงก็ไม่รู้) 

 

วันนี้แอบได้ยินแฟนครูโทรมา ครูก็ทำเสียงดุลงโทรศัพท์ใหญ่เลย ความจริงครูไม่ได้ดุหรอก แต่ครูชอบพูดแบบมีพาว~ ฉันหมายถึงเสียงมันมีพาวอ่ะนะ ฉันก็เคยเสียงมีพาวอยู่ระยะนะ (แต่คงพาวไม่เท่าครู) อยากรู้ม๊ะ ต้องทำไง ... ก็ไม่มีไรมาก คือฉันเป็นคนชอบเมารถ แล้วมีอยู่ช่วงนึงที่ต้องขึ้นรถบ่อย ๆ เวลาเมารถเนี๊ยะนะ ก็ต้องการออกซิเจนมากเป็นพิเศษ วิธีการกันเมารถได้ถูไถ ก็คือ การหายใจเอาออกซิเจนให้เข้าตัวได้มากที่สุด ก็อ้าปากกว้าง ๆ หายใจทางปากแรง ๆ ให้มีเสียง "ฮา ~" ท้องก็แป่งออกมา จากนั้นทำปากเป็นรูเข็มเล็ก ๆ แล้วค่อยปล่อยลมออก แค่นี้เอง (คือเป็นเทคนิคฝึกตอนสมัยม.ต้น เล่นเครื่องเป่าอ่ะ) ... มันก็จะได้อากาศเต็มที่ ผลข้างเคียงคือ จะพูดอะไรกับใครเสียงก็จะมีพาวตามมาด้วย (ฉันก็สงสัยว่าครูจะทำอะไรแบบนี้หรือเปล่าน้า พูดมีพาวตลอดเวลา) ใครอยากดุแบบครูสอนเปียโนของฉันเอาไปทำได้นะ (แต่เรื่องทำให้ร้องเพลงเพราะไม่รับประกัน เพราะฉันทำไงก็ร้องเพลงไม่เพราะอยู่ดี) 

 

อ่ะ มีอีกเรื่องที่จะโม้ ก่อนจะจบ ... เมื่อคืน ตั้งแก๊งค์ครูนักเรียน คุยกันใหญ่ใน msn มีเรา เจน น้องหมิง(หรือหมวยเนตรนารีนั่นเอง) และ ครูเต้ สรุป กลับมาย้อนอ่านเชตล๊อกอีกที ทำไมมีแต่เราที่โดนรังแกนะ สงสัยจะทำตัวน่ารักเกินไปเลยโดนแกล้งได้ง่าย (ว่าแต่สังเกตกันเปล่า ตอนครูคุยเอ็มจะขำ ๆ กันใหญ่ เพราะไม่ได้ยิน powerful voice ดุ ๆ ของครูผ่านทาง msn ไง อิ ๆ ) 

 

ปล. แพนด้ากี้จะหายหัวไป 1 อาทิตย์ค่ะ แฟน ๆ บล๊อคอดใจหน่อย กลับมาแล้วจะรีบมาเขียนให้อ่านเลย (แอบมีอยากให้อัพบ่อยกว่านี้อ้า~) ขอบคุณที่ติดตามนะคะ  ทั้งแฟนเปิดเผย และแฟนที่แอบอ่าน คิก ๆ  

032~Lesson Journal

posted on 09 Aug 2008 15:55 by panda500  in 000Diary

*คำเตือน ... บล๊อกต่อไปนี้ยาวมากทีเดียว 

หากไม่มีเวลาอ่านก็อนุโลม คอมเม้นท์มั่วได้ตามสะดวกค่ะ 

-------------------------------------

ต้องเกริ่นตั้งแต่เมื่อวาน~ เรื่องศิษย์น้องรักมาที่บ้าน (ศิษย์น้องว่าไงบ้างก็ลองอ่านดูในนี้เลย) เราก็มุ่งซ้อมกันแต่เปียโน (และกินเป็นหลัก) 

เรานัดครูกันไว้ว่าใครครูมาสอนทีเดียวรวดเลยจะได้ไม่ต้องเสียเวลา คือ ขับรถมาสอนเราพร้อมกับศิษย์น้องของเรา แล้วก็หนีบน้องเรากลับบ้านไปด้วยเลย เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้ทั้งกี้ทั้งเจน

ครูมาถึง เจนกับครูก็จับเข่าเผาเรากันใหญ่ เวิ้งก็นั่งฟังเฉย ไม่ยอมเข้าข้างเราบ้าง ปล่อยให้เราเป็นฝ่ายถูกกระทำ  

ครั้งนี้ฉันได้เห็นครูสอนคนอื่นเป็นครั้งแรก

ก่อนหน้าครูจะสอนเจนศิษย์น้องรัก ฉันฟังเจนเล่นซ่ะหลายรอบเลย ฉันก็รู้สึกว่า เจนเล่นเสียงตรงนี้มันไม่เคลียร์ ไม่ค่อยเวิร์ค แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรนะ ก็พยายามบอกเจนว่า เล่นเมโลดี้ให้ชัด หรือมือซ้ายเบา พวกเรื่องเบสิกทั้งหลาย (ที่ฉันเองความจริงก็ทำไม่ค่อยจะได้อยู่เหมือนกัน) พอดูครูสอนมันเห็นชัดเลย ครูไม่ใช่แค่ฟังออกว่ามันไม่ดี แต่ครูฟังออกว่ามันเกิดจากอะไร อย่างมีอยู่เพลงนึง เจนเล่น ตึง ตึง ตึง เรารู้สึกมันห้วนจัง แต่บอกไม่ได้เพราะอะไรก็ได้แต่บอกน้องเขาว่า พยายามเล่นเมโลดี้ให้เคลียร์นะ ครูมาถึงปุ๊ปบอกให้เจนเล่นเลกาโต้มือซ้าย เท่านั้นแหละ ... เสียงมันเปลี่ยนเลย เจนเล่นได้เพราะขึ้นทันทีเลยล่ะ ฉันยิ้มออกมาเลย ตอนนี้เพียงเจนเล่นใหม่อีกรอบหลังจากครูได้คอมเม้นท์ไป ฉันเห็นอะไรชัดขึ้น ฉันอยากช่วยใคร ๆ ให้เล่นเปียโนได้เพราะขึ้น ฉันหวังว่าอีกไม่นานฉันจะมี ability ที่ไม่ใช่แค่ฟังออกว่ามันดีหรือไม่ดี แต่ฟังออกไปถึงว่าเพราะอะไรถึงได้เสียงที่ไม่ดีออกมา และวิธีทางแก้ไข ครูก็คงเหมือนหมอที่พยายามหาสาเหตุของอาการ และให้ยารักษาไปพร้อมกัน 

ครูสอนเจนเรื่องส่วนของโน้ต อย่างที่เคยสอนฉัน ครูว่า "ถ้าโน้ตที่ไม่เป็นเลกาโต้ ไม่เป็นสแตกกาโต้ เขียนไว้เดี่ยว ๆ ติดกัน 4 ตัว จะเล่นสั้นหรือยาวขนาดไหน" คำตอบก็คือ ต้องเล่นโน้ตตัวนึงให้ได้ 7/8 ของจังหวะจริง เท่ากับว่า จะมีหยุดเล็ก ๆ นิดเดียวเท่านั้นระหว่างตัวโน้ต โน้ตเลกาโต้คือเล่นยาวต่อกันไปไม่มีหยุดเล็ก ๆ ส่วนโน้ตที่ติดสแตกกาโต้เท่ากับว่าให้เราเล่นยาวแค่ครึ่งเดียว หรือ  1/2 ของจังหวะจริง นอกจากนี้ยังมีโน้ตที่ติดสแตกกาติสสิโม่ที่เล่นสั้นเป็นครึ่งนึงของสแตกกาโต้ธรรมดา หรือเท่ากับแค่ 1/4 ของจังหวะจริง 

เพลงที่ครูสอนเจน พอเล่นให้ตามโน้ตจริง ๆ อย่างพวกให้เสียงมันขาดกันเล็กน้อย หรือปั้นแต่งท้ายสเลอให้มันนุ่มลง มันก็เพราะขึ้นชัด เบา และ สบายกว่ากัน

พอเห็นครูสอนเจน ฉันก็รู้สึกว่า ครูของฉันนี่วิเศษมาก ๆ เลยนะ ... และสักวันฉันก็อาจจะได้รับการถ่ายทอดทักษะอันพิเศษนี้เช่นกัน ...

... และก็มาถึงตาของฉัน

ฉันเปิดโซนาต้าขึ้นมา เพราะคราวก่อนหน้าฉันขอข้ามไปเรียนอย่างอื่น คราวนี้ฉันก็เลยขอแบบเต็ม ๆ กับเพลงนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมา เรียกว่ามันแย่มาก ๆ "ฉันรำคาญเสียงเปียโนที่ตัวเองเล่น" แต่ก่อนฉันฟังอะไรก็เพราะไปหมด เดี๋ยวนี้ฉันเริ่มรู้สึกว่าฉันฟังออกมาขึ้นว่าอะไรมันเพราะไม่เพราะดีไม่ดี เพราะงั้นแล้วฉันเริ่มรู้ว่าสิ่งที่ฉันเล่นมันแย่ และพยายามจะแก้มันยังไงมันก็เหมือนว่าจะเท่าเดิม

ครูก็แก้ให้ ให้แบบฝึกหัดเพิ่มเติม ฉันก็ได้แต่หวังว่าถ้าทำแบบฝึกหัดที่ครูให้จนชำนาญแล้ว มันจะค่อย ๆ แก้สิ่งที่ฉันบกพร่องได้ วันนี้เราไซท์รีดกันจนจบเพลง ครูก็ทำท่าว่าจะหลับตอนฉันไซท์รีดด้วย แต่คือเดี๋ยวนี้ดีขึ้นแล้วนะ ถ้าเป็นเมื่อก่อนครูอาจจะได้หลับไปแล้ว

ฉันบอกครูว่าฉันเล่นแล้วรู้ดีว่ามันห่วยมาก ฉันพยายามจะพูดว่าฉันอารมณ์เสียด้วย แต่ก็ไม่ได้พูดแรงขนาดนั้น ตอนซ้อมเอง ฉันถึงกับทะเลาะกับแยมมี่หลายรอบมาก ๆ แยมมี่ก็คงอารมณ์เสียกลับมาใหญ่ พลอยให้เสียงแยมมี่ก็แย่ยิ่งกว่าเดิม ครูก็พยายามจะบอกฉันว่านี่เราเพิ่งอ่านโน้ตกันมาจบเพลงเองนะ ฉันใจร้อนเกินไป ฉันไม่รู้ว่าใจร้อนเกินไปไหม "เพลงนี้มันยากไปสำหรับเค้าหรือเปล่า" ฉันถามขึ้น ...

"พูดอย่างงี้อีกล่ะ" ครูตอบ ...
ส่วนฉันอึ้ง คือ ถ้อยคำครูกำลังบีบหัวใจน้อย ๆ ของฉันอยู่
ครูพูดต่อด้วยเรื่องว่า เราต้องเล่นเพลงยากมันถึงจะพัฒนา เพลงที่เล่นได้ง่าย ๆ แล้วจะฝึกไปทำไม

ฉันพยายามกลั้นอะไรสักอย่างในอกที่มันกำลังจะทะลัก ฉันกำลังจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม เหมือนกับตอนที่ฉันกับครูเพิ่งเจอกัน นั่นมันหนึ่งปีที่แล้วที่ฉันเฝ้าแต่พูดว่าฉันเล่นห่วยจัง จนอยู่ดี ๆ ฉันก็ได้สอบเกรด 5 ที่มันดูสูงเสียจนรู้สึกว่าฉันก็คงเก่งอยู่เหมือนกันนะ หลังจากเข้าข้างตัวเองได้ไม่นานก็เหมือนพบความจริงว่า อีกไกลเลยนี่หว่า ก็ห่วยไม่เปลี่ยนเลยเรา 

ฉันถามครูว่า พวกที่มันเป็นนักเปียโนระดับโลก มันอัจฉริยะกันตั้งแต่เด็กทุกคนเลยหรือเปล่า เพราะคุณปู่ Arrua ตามหนังสือที่อ่าน ตอนปู่ 2 ขวบ ปู่แกเห็นโน้ตแค่แว๊บ ๆ ก็รู้เลยว่าใครแต่งเพลงนั้นอ่ะ (สมัยสองขวบตูยังพูดไม่ได้เลยว่ะ) ครูให้คำตอบฉันมาว่าคนพวกนั้นมีร่างกายที่ดีกว่า เกิดมาพร้อมกับร่างกายที่ดีกว่า มีโสตประสาทที่ดีกว่า สมองที่จำได้ดีกว่า มันก็เลยเรียกจุดที่ดีกว่านี่ว่าพรสวรรค์ ฉันคิดถึงตอนเด็ก ๆ นะ ที่ก่อนเข้าโรงเรียนเตรียมอนุบาล ฉันอ่านหนังสือได้ และบวกลบเลขได้แล้ว แต่เรื่องพวกนี้ไม่มีใครรอบข้างมองว่าฉันเป็นเด็กพิเศษเลยด้วยซ้ำ แม้ฉันจะสอบได้ที่หนึ่งตลอดเวลาสมัยอนุบาล ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้อ่านหนังสือหนังหา สุดท้ายกลับพบว่าปัจจุบัน ฉันอ่านภาษาไทยไม่แตก (อ่านซับคาราโอเกะตามไม่ทัน และวรรณยุคเพี้ยน) รวมทั้งบวกลบเลขช้ากว่าชาวบ้าอีกด้วยซิ (ขออวดเหอะ ไอคิวฉัน test มาทีไรก็สูงลิบลิ้วเลยนะ แต่ฉันก็คงใช้ชีวิตโง่ ๆ เหมือนเดิมตลอดเวลาผกผันกับค่าไอคิว จนไม่น่าเชื่อว่าแบบทดสอบทางจิตวิทยามันจะน่าเชื่อถืออีกต่อไป) --- ฉันก็คิดเองเออเองนะว่า พวกคุณปู่นักเปียโนระดับโลกนี่ ไม่ใช่แค่จะอัจฉริยะ แต่ถ้าพ่อแม่ไม่สงเสริม หรือไม่มีใครมาบอกว่า "แกเป็นเด็กอัจฉริยะ" ก็คงดับวูบ ป่านนี้นั่งลักลอบขายถ่านตามป่าชายเลนก็เป็นได้

ฉันถามครูอีกว่า ฉันจะมีโอกาสที่จะเล่นได้เหมือนอย่างคนที่เขาประกวดไหม เนี๊ยบ ๆ นิ้ง ๆ ครูก็ตอบไม่ฟันธงเช่นเคยว่า ก็ค่อย ๆ ซ้อมไป และทิ้งปริศนาไว้เบื้องหลังว่าได้ไม่ได้มันอยู่ที่กี้เองต่างหาก (ก็แหง นี่ครูเต้ ไม่ใช่หมอลักษณ์ คงตอบไม่ได้หรอก)

สรุปเรื่องอันแสนยาว (ถ้าคุณอ่านตั้งแต่ต้นมาถึงตรงนี้ เอาไปเลยถ้วยรางวัลแฟนพันธ์แท้แพนด้าห้าร้อย พร้อมด้วยบ้านภัสสรพร้อมที่ดิน~ 555+ "มีซ่ะที่ไหนล่ะ")  วันนี้ฉันได้รู้อะไรหลายอย่างเลย ต้องขอบคุณน้องเจนที่มาช่วยเก็บห้อง และ ช่วยทำให้ฉันได้เห็นครูเต้สอนนักเรียนคนอื่นเป็นครั้งแรกด้วยนะจ๊ะ ส่วนครูเต้ตอนนี้ "เราสองคนเป็นลูกศิษย์อาจารย์มาครบ 1 ปีแล้วนะคะ" บวกกับที่เรียนเปียโนตอนม.ปลายกินเวลา 5-6 เดือน (ก่อนไป 'เมกา ที่เคยบอก) ก็เท่ากับเรียนเปียโนมา ปีนึงกับอีก กว่า ๆ (คือรวมเวลาที่ไปมั่วเองด้วยอ่ะนะ) ... ฝีมือเราถ้าเทียบกับเวลาก็พัฒนาเร็วดีนะ แต่ถ้าเทียบกับเงินค่าเรียนแล้ว ... ก็ถือว่าช้ามาก ๆ ด้วยความละโมบส่วนตัว ... "ขอขอบคุณครูเต้ ที่อุตส่าห์ทนฟังเสียงเปียโนแย่ ๆ ของเค้ามาครบ 1 ปีแล้วนะคะ" แฮปปี้แอนนิเวอซารี่มา ณ ที่นี้ 

 


ฉันไม่คิดว่า ฉันจะกลับมานั่งเขียนเรือง "ป๊อป" และ "คลาสสิค" อีกครั้งจนกระทั้ง อยู่ดี ๆ รุ่นพี่คนนึงเข้ามาคุยกับฉัน เขาเป็นนักดนตรี เป็นมือคีย์บอร์ด มือเปียโน เล่นให้กับวงหลาย ๆ วงที่ออกอัลบั้มเพลงเพราะ ๆ ในตลาดบ้านเรา ฉันไม่ขอเอ่ยว่าเราคุยอะไร แต่เอาเป็นว่า การคุยของเราทำให้เกิดบทความที่ฉันจะเขียนต่อไปนี้ และแน่นอนว่าบทความนี้เป็นทัศนคติของฉันเพียงคนเดียว ฉันผู้ซึ่งขอออกตัวว่าไม่ใคร่จะรู้ลึกเรื่องดนตรีเสียด้วยซ้ำ 

 

ฉันเรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์ศิลป์มาพอตัว และเบื้องลึกของศิลปะว่ามันงามไหม ไม่ได้อยู่ที่ตัวผลงานเลยแม้แต่น้อย มันอยู่ที่ตัวผู้ชื่นชมผลงานต่างหาก สมมติว่า น้องน้อยวาดรูปบ้านและปลา คุณแม่ของน้องน้อยก็คงจะชมไม่หยุดปากว่าเป็นรูปที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจินตนาการ แต่เผอิญขณะที่น้องน้อยไม่อยู่บ้าน นังแจ๋วเห็นเศษกระดาษที่น้อยน้อยวาดก็ผลันนึกว่าเป็นเศษขยะ เลยเอาไปทิ้งเสียนี่ ... เรื่องแบบนี้ไม่ต้องเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ ก็คงเข้าใจไม่ยากใช่ไหมล่ะ และเพราะงั้น ภาพเขียนของไมเคิลแองเจลโล่ มันจึงสวยในสายตาของบางคน และสำหรับอีกคนก็ดูว่าจะโบร๊าณ โบราณ ไม่เท่ห์แหวกแนว เท่าโถฉี่ของมาเซล ดูช๊อมป์

 

และเนื่องจากการตัดสินศิลปะว่างามไหม มันอยู่ที่ตัวคนชมผลงาน โลกแห่งความสวยความงามจึงมีคนถกเถียงกันเสียเยอะ ซึ่งเขาว่าคนในโลกความงามสามารถยอมรับความเห็นของอีกฝ่ายได้เพราะไม่มีคำว่าถูกผิด แต่ความเป็นจริงแล้วก็เห็นกันอยู่เนือง ๆ ว่าคนเถียงกันเรื่องนี้จนทะเลาะเบาะแว้งไม่จบไม่สิ้นก็มี 

 

ฉันเห็นคนที่เล่นป๊อป และก็มีทัศนคติต่อคลาสสิค แย่ ๆ และ เห็นคนที่เล่นคลาสสิค และมีทัศนะต่อป๊อปแย่ ๆ มากมายเสียเหลือเกิน อย่างพวกป๊อปก็จะว่า คลาสสิคมันเดิม ๆ เล่นเหมือนกันหมด ไม่มีโน้ตก็เล่นไม่ได้ ส่วนพวกคลาสสิคก็จะว่า ป๊อป แจ๊ส มันไม่ได้ประดิษฐ์ประดอย ไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าโน้ตตัวไหนควรจะเล่นให้มีเสียงยังไง อะไรทำนองนี้ที่ได้ยินมาบ่อย ๆ 

 

และเนื่องจากฉันไม่ได้รู้เรื่องดนตรีโดยตรง ฉันจึงขอเทียบรูปปั้นกรีกโบราณนามวีนัสแขนขาด กับ หุ่นโมเดลรูปซุนหงอคงรวมร่างกับเบจิต้า ... วีนัสสาวงามไม่มีที่ติ ถ้าย้อนประวัติศาสตร์ไปได้เห็นเธอคบ 32 เธอคงงามย้อย และที่เธองามย้อยได้ขนาดก็เพราะ รูปลักษณ์อันเพอเฟค ใครเรียนศิลปะมาก็จะรู้ว่าคนสมัยก่อน วาดภาพ หรือปั้นหุ่น จะมีโพพอชั่น (สัดส่วน) ตายตัวว่า แขนขา หน้าตาควรกว้างยาวเท่าไหร่ มันทำให้รูปหน้าตาของวีนัส ไม่ต่างไปกับ หน้าพอหนุ่ม เดวิส ถามว่าถ้าเราจะปั้นรูปเลียนแบบศิลปะกรีกเราต้องทำไง ... แน่นอนคือ เราต้องวัดตามสัดส่วนให้ออกมาเฟอเฟคไม่มีผิดเพี้ยน มาถึงตาหุ่นโมเดลซุนหงอคงรวมร่างกับเบจิต้ากันบ้าง หัวสีทองตอนเป็นซูเปอร์ไซย่าร่างที่ 108 แหลมเหลือง ประหนึ่งทุเรียนเมืองจันทร์ กล้ามเนื้อ และหน้าตาที่ผสมผสานอย่างลงตัวของ ซุนหงอคง และ เบจิต้า (ความจริง อ.โทริยามาคนวาดดราก้อนบอลก็วาดตัวละครหน้าตาเหมือน ๆ กันหมด) ปัจจุบันมีคนวาดแฟนอาร์ตเยอะแยะไปหมด แถม แฟนอาร์ตดรากอนบอลเดี๋ยวนี้ก็ออกไปทาง ยูริ ยาโอย (เกย์และเลสเบี้ยน) เสียเยอะเหมือนกัน 

 

เปรียบวีนัส เหมือนเพลงคลาสสิค ที่จะรังโดนแต่คนหาว่า ไม่ว่าจะหล่อปูนปาสเตอร์กี่ครั้ง หรือจะให้วาดเลียนแบบศิลปะกรีกให้เหมือน ก็ต้องใช้มาตราสัดส่วนเดิม ๆ เหมือนกันทั้งนั้น เพลงคลาสสิค ก็ฟังเหมือนกันไปเสียหมด ส่วนพ่อโกจิต้า (หงอคง+เบจิต้า) ก็เหมือนว่าได้รับการผสมผสานจนงงไปเสียหมดว่าจะเป็นหงอคงหรือเบจิต้าดี คงเปรียบได้กับป๊อปและแจ๊ส ที่มีลูกเล่นแพรวพราว ไม่จำเป็นต้องเล่นตามโน้ตแบบฉบับ แต่หน้าตาตลกหัวเหลืองทุเรียนหลุดโลกคงดูพิลึกถ้าเอาไปขึ้นโชว์ตามแกลเลอรี่ไฮโซว์จริงไหม 

 

ฉันว่าเราไม่ควรจะไปว่าว่า คลาสสิคฟังดูแล้วเพลงมันก็ซ้ำ ๆ นะ เพราะคนที่เล่นเขาก็ประดิษฐ์ประดอยจนสุดฝีมือกว่าจะได้เสียง โทน และ อารมณ์ ให้คงความเป็นคลาสสิค (เหมือนกับคนปั้นรูปที่ต้องเข้าใจถึงสัดส่วนเป็นอย่างดี) และ ป๊อป แจ๊ส ที่บางทีอิมโพสไวสจนหลุดโลก แต่มันก็ทำให้เราสุขสุด ๆ ไปกับมันไม่ใช่เหรอ (ก็เหมือนการ์ตูนดรากอนบอลที่มันหลุดโลกจนกู่ไม่กลับไปแล้ว ณ ตอนนี้) 

 

พอเวลาใครว่าว่า คลาสสิคมันซ้ำ ๆ ฟังไปก็ "ไม่ค่อยได้อะไร" ฉันก็รู้สึกไม่ชอบนะ ไม่ใช่เพราะฉันถือหางคลาสสิค (เรียกเหมือนเป็นหมาเลย) แต่เพราะฉันคิดว่ามันมีอะไรเสมอไม่ว่าจะเป็นดนตรีแนวไหน เพียงแต่ถ้าเราไม่ได้สนใจไปในด้านไหนเราควรจะพูดว่า เราไม่ชอบ แทนที่จะบอกว่ามันไม่ดี 

 

และฉันก็ไม่ชอบอีก เวลาที่ใครบอกว่า "ยี้ ดีทูบี" เกลียดเพลงตลาดเข้าไส้ แล้วมองดูถูกสาวกดีทูบีว่าคลั่งนักร้องเพราะหน้าตา เพราะนั่นก็แปลว่าคุณไม่ได้เข้าใจคำว่าศิลปะเลยแม้แต่น้อย (แต่คนพวกนี้จะคิดว่า เข้าใจศิลปะเป็นอย่างดี ฟังแต่เพลงมีคลาส) ฉันยอมรับว่าดีทูบีเขาอาจจะไม่ได้ร้องเก่งดนตรีดี แต่ว่า เขาก็เสนอผลงานในรูปแบบที่ทำให้คนติดหูอยู่กับความง่าย ๆ ฟังง่าย ๆ ฉันไปร้องเกะก็ร้องดีทูบีออกจะบ่อยนะ ไม่ได้ยี้อะไรจัด ๆ 

 

มันขึ้นอยู่กับการยอมรับมากกว่า ยอมรับที่ว่า เราไม่ชอบอะไรหรือชอบอะไร แล้วไม่พยายามบอกว่าสิ่งที่เราไม่ชอบมันไม่ดีสำหรับคนอื่นไปด้วย เช่น ฉันไม่ชอบเพลงเพื่อชีวิต ฟังแล้วเครียด ปวดกะบาล แต่ฉันไม่เคยพูดกับใครว่า อย่าไปฟังมันเลย ปวดกะบาล เพราะคนอื่นหลายคนเขาก็ชอบและมองว่าสิ่งนี้มันมีสเน่ห์ค่ะ 

 

ปล. ออกตัวอีกครั้งว่าฉันไม่รู้ลึกด้านดนตรีนะคะ ฉันพูดอะไรมาก็อาจจะผิด และคนที่ฉันเคยคุยด้วยหลาย ๆ คนเขาอาจจะรู้ได้ลึกมากกว่าฉัน เพราะงั้นบทความนี้เป็นเพียงทัศนะด้านเดียวค่ะ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วย ขอบคุณค่ะ