*คำเตือน ... บล๊อกต่อไปนี้ยาวมากทีเดียว
หากไม่มีเวลาอ่านก็อนุโลม คอมเม้นท์มั่วได้ตามสะดวกค่ะ
-------------------------------------
ต้องเกริ่นตั้งแต่เมื่อวาน~ เรื่องศิษย์น้องรักมาที่บ้าน (ศิษย์น้องว่าไงบ้างก็ลองอ่านดูในนี้เลย) เราก็มุ่งซ้อมกันแต่เปียโน (และกินเป็นหลัก)
เรานัดครูกันไว้ว่าใครครูมาสอนทีเดียวรวดเลยจะได้ไม่ต้องเสียเวลา คือ ขับรถมาสอนเราพร้อมกับศิษย์น้องของเรา แล้วก็หนีบน้องเรากลับบ้านไปด้วยเลย เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้ทั้งกี้ทั้งเจน 
ครูมาถึง เจนกับครูก็จับเข่าเผาเรากันใหญ่ เวิ้งก็นั่งฟังเฉย ไม่ยอมเข้าข้างเราบ้าง ปล่อยให้เราเป็นฝ่ายถูกกระทำ
ครั้งนี้ฉันได้เห็นครูสอนคนอื่นเป็นครั้งแรก
ก่อนหน้าครูจะสอนเจนศิษย์น้องรัก ฉันฟังเจนเล่นซ่ะหลายรอบเลย ฉันก็รู้สึกว่า เจนเล่นเสียงตรงนี้มันไม่เคลียร์ ไม่ค่อยเวิร์ค แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรนะ ก็พยายามบอกเจนว่า เล่นเมโลดี้ให้ชัด หรือมือซ้ายเบา พวกเรื่องเบสิกทั้งหลาย (ที่ฉันเองความจริงก็ทำไม่ค่อยจะได้อยู่เหมือนกัน) พอดูครูสอนมันเห็นชัดเลย ครูไม่ใช่แค่ฟังออกว่ามันไม่ดี แต่ครูฟังออกว่ามันเกิดจากอะไร อย่างมีอยู่เพลงนึง เจนเล่น ตึง ตึง ตึง เรารู้สึกมันห้วนจัง แต่บอกไม่ได้เพราะอะไรก็ได้แต่บอกน้องเขาว่า พยายามเล่นเมโลดี้ให้เคลียร์นะ ครูมาถึงปุ๊ปบอกให้เจนเล่นเลกาโต้มือซ้าย เท่านั้นแหละ ... เสียงมันเปลี่ยนเลย เจนเล่นได้เพราะขึ้นทันทีเลยล่ะ ฉันยิ้มออกมาเลย ตอนนี้เพียงเจนเล่นใหม่อีกรอบหลังจากครูได้คอมเม้นท์ไป ฉันเห็นอะไรชัดขึ้น ฉันอยากช่วยใคร ๆ ให้เล่นเปียโนได้เพราะขึ้น ฉันหวังว่าอีกไม่นานฉันจะมี ability ที่ไม่ใช่แค่ฟังออกว่ามันดีหรือไม่ดี แต่ฟังออกไปถึงว่าเพราะอะไรถึงได้เสียงที่ไม่ดีออกมา และวิธีทางแก้ไข ครูก็คงเหมือนหมอที่พยายามหาสาเหตุของอาการ และให้ยารักษาไปพร้อมกัน
ครูสอนเจนเรื่องส่วนของโน้ต อย่างที่เคยสอนฉัน ครูว่า "ถ้าโน้ตที่ไม่เป็นเลกาโต้ ไม่เป็นสแตกกาโต้ เขียนไว้เดี่ยว ๆ ติดกัน 4 ตัว จะเล่นสั้นหรือยาวขนาดไหน" คำตอบก็คือ ต้องเล่นโน้ตตัวนึงให้ได้ 7/8 ของจังหวะจริง เท่ากับว่า จะมีหยุดเล็ก ๆ นิดเดียวเท่านั้นระหว่างตัวโน้ต โน้ตเลกาโต้คือเล่นยาวต่อกันไปไม่มีหยุดเล็ก ๆ ส่วนโน้ตที่ติดสแตกกาโต้เท่ากับว่าให้เราเล่นยาวแค่ครึ่งเดียว หรือ 1/2 ของจังหวะจริง นอกจากนี้ยังมีโน้ตที่ติดสแตกกาติสสิโม่ที่เล่นสั้นเป็นครึ่งนึงของสแตกกาโต้ธรรมดา หรือเท่ากับแค่ 1/4 ของจังหวะจริง
เพลงที่ครูสอนเจน พอเล่นให้ตามโน้ตจริง ๆ อย่างพวกให้เสียงมันขาดกันเล็กน้อย หรือปั้นแต่งท้ายสเลอให้มันนุ่มลง มันก็เพราะขึ้นชัด เบา และ สบายกว่ากัน
พอเห็นครูสอนเจน ฉันก็รู้สึกว่า ครูของฉันนี่วิเศษมาก ๆ เลยนะ ... และสักวันฉันก็อาจจะได้รับการถ่ายทอดทักษะอันพิเศษนี้เช่นกัน ...
... และก็มาถึงตาของฉัน
ฉันเปิดโซนาต้าขึ้นมา เพราะคราวก่อนหน้าฉันขอข้ามไปเรียนอย่างอื่น คราวนี้ฉันก็เลยขอแบบเต็ม ๆ กับเพลงนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมา เรียกว่ามันแย่มาก ๆ "ฉันรำคาญเสียงเปียโนที่ตัวเองเล่น" แต่ก่อนฉันฟังอะไรก็เพราะไปหมด เดี๋ยวนี้ฉันเริ่มรู้สึกว่าฉันฟังออกมาขึ้นว่าอะไรมันเพราะไม่เพราะดีไม่ดี เพราะงั้นแล้วฉันเริ่มรู้ว่าสิ่งที่ฉันเล่นมันแย่ และพยายามจะแก้มันยังไงมันก็เหมือนว่าจะเท่าเดิม
ครูก็แก้ให้ ให้แบบฝึกหัดเพิ่มเติม ฉันก็ได้แต่หวังว่าถ้าทำแบบฝึกหัดที่ครูให้จนชำนาญแล้ว มันจะค่อย ๆ แก้สิ่งที่ฉันบกพร่องได้ วันนี้เราไซท์รีดกันจนจบเพลง ครูก็ทำท่าว่าจะหลับตอนฉันไซท์รีดด้วย แต่คือเดี๋ยวนี้ดีขึ้นแล้วนะ ถ้าเป็นเมื่อก่อนครูอาจจะได้หลับไปแล้ว
ฉันบอกครูว่าฉันเล่นแล้วรู้ดีว่ามันห่วยมาก ฉันพยายามจะพูดว่าฉันอารมณ์เสียด้วย แต่ก็ไม่ได้พูดแรงขนาดนั้น ตอนซ้อมเอง ฉันถึงกับทะเลาะกับแยมมี่หลายรอบมาก ๆ แยมมี่ก็คงอารมณ์เสียกลับมาใหญ่ พลอยให้เสียงแยมมี่ก็แย่ยิ่งกว่าเดิม ครูก็พยายามจะบอกฉันว่านี่เราเพิ่งอ่านโน้ตกันมาจบเพลงเองนะ ฉันใจร้อนเกินไป ฉันไม่รู้ว่าใจร้อนเกินไปไหม "เพลงนี้มันยากไปสำหรับเค้าหรือเปล่า" ฉันถามขึ้น ...
"พูดอย่างงี้อีกล่ะ" ครูตอบ ...
ส่วนฉันอึ้ง คือ ถ้อยคำครูกำลังบีบหัวใจน้อย ๆ ของฉันอยู่
ครูพูดต่อด้วยเรื่องว่า เราต้องเล่นเพลงยากมันถึงจะพัฒนา เพลงที่เล่นได้ง่าย ๆ แล้วจะฝึกไปทำไม
ฉันพยายามกลั้นอะไรสักอย่างในอกที่มันกำลังจะทะลัก ฉันกำลังจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม เหมือนกับตอนที่ฉันกับครูเพิ่งเจอกัน นั่นมันหนึ่งปีที่แล้วที่ฉันเฝ้าแต่พูดว่าฉันเล่นห่วยจัง จนอยู่ดี ๆ ฉันก็ได้สอบเกรด 5 ที่มันดูสูงเสียจนรู้สึกว่าฉันก็คงเก่งอยู่เหมือนกันนะ หลังจากเข้าข้างตัวเองได้ไม่นานก็เหมือนพบความจริงว่า อีกไกลเลยนี่หว่า ก็ห่วยไม่เปลี่ยนเลยเรา
ฉันถามครูว่า พวกที่มันเป็นนักเปียโนระดับโลก มันอัจฉริยะกันตั้งแต่เด็กทุกคนเลยหรือเปล่า เพราะคุณปู่ Arrua ตามหนังสือที่อ่าน ตอนปู่ 2 ขวบ ปู่แกเห็นโน้ตแค่แว๊บ ๆ ก็รู้เลยว่าใครแต่งเพลงนั้นอ่ะ (สมัยสองขวบตูยังพูดไม่ได้เลยว่ะ) ครูให้คำตอบฉันมาว่าคนพวกนั้นมีร่างกายที่ดีกว่า เกิดมาพร้อมกับร่างกายที่ดีกว่า มีโสตประสาทที่ดีกว่า สมองที่จำได้ดีกว่า มันก็เลยเรียกจุดที่ดีกว่านี่ว่าพรสวรรค์ ฉันคิดถึงตอนเด็ก ๆ นะ ที่ก่อนเข้าโรงเรียนเตรียมอนุบาล ฉันอ่านหนังสือได้ และบวกลบเลขได้แล้ว แต่เรื่องพวกนี้ไม่มีใครรอบข้างมองว่าฉันเป็นเด็กพิเศษเลยด้วยซ้ำ แม้ฉันจะสอบได้ที่หนึ่งตลอดเวลาสมัยอนุบาล ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้อ่านหนังสือหนังหา สุดท้ายกลับพบว่าปัจจุบัน ฉันอ่านภาษาไทยไม่แตก (อ่านซับคาราโอเกะตามไม่ทัน และวรรณยุคเพี้ยน) รวมทั้งบวกลบเลขช้ากว่าชาวบ้าอีกด้วยซิ (ขออวดเหอะ ไอคิวฉัน test มาทีไรก็สูงลิบลิ้วเลยนะ แต่ฉันก็คงใช้ชีวิตโง่ ๆ เหมือนเดิมตลอดเวลาผกผันกับค่าไอคิว จนไม่น่าเชื่อว่าแบบทดสอบทางจิตวิทยามันจะน่าเชื่อถืออีกต่อไป) --- ฉันก็คิดเองเออเองนะว่า พวกคุณปู่นักเปียโนระดับโลกนี่ ไม่ใช่แค่จะอัจฉริยะ แต่ถ้าพ่อแม่ไม่สงเสริม หรือไม่มีใครมาบอกว่า "แกเป็นเด็กอัจฉริยะ" ก็คงดับวูบ ป่านนี้นั่งลักลอบขายถ่านตามป่าชายเลนก็เป็นได้
ฉันถามครูอีกว่า ฉันจะมีโอกาสที่จะเล่นได้เหมือนอย่างคนที่เขาประกวดไหม เนี๊ยบ ๆ นิ้ง ๆ ครูก็ตอบไม่ฟันธงเช่นเคยว่า ก็ค่อย ๆ ซ้อมไป และทิ้งปริศนาไว้เบื้องหลังว่าได้ไม่ได้มันอยู่ที่กี้เองต่างหาก (ก็แหง นี่ครูเต้ ไม่ใช่หมอลักษณ์ คงตอบไม่ได้หรอก)
สรุปเรื่องอันแสนยาว (ถ้าคุณอ่านตั้งแต่ต้นมาถึงตรงนี้ เอาไปเลยถ้วยรางวัลแฟนพันธ์แท้แพนด้าห้าร้อย พร้อมด้วยบ้านภัสสรพร้อมที่ดิน~ 555+ "มีซ่ะที่ไหนล่ะ") วันนี้ฉันได้รู้อะไรหลายอย่างเลย ต้องขอบคุณน้องเจนที่มาช่วยเก็บห้อง และ ช่วยทำให้ฉันได้เห็นครูเต้สอนนักเรียนคนอื่นเป็นครั้งแรกด้วยนะจ๊ะ ส่วนครูเต้ตอนนี้ "เราสองคนเป็นลูกศิษย์อาจารย์มาครบ 1 ปีแล้วนะคะ" บวกกับที่เรียนเปียโนตอนม.ปลายกินเวลา 5-6 เดือน (ก่อนไป 'เมกา ที่เคยบอก) ก็เท่ากับเรียนเปียโนมา ปีนึงกับอีก กว่า ๆ (คือรวมเวลาที่ไปมั่วเองด้วยอ่ะนะ) ... ฝีมือเราถ้าเทียบกับเวลาก็พัฒนาเร็วดีนะ แต่ถ้าเทียบกับเงินค่าเรียนแล้ว ...
ก็ถือว่าช้ามาก ๆ ด้วยความละโมบส่วนตัว ... "ขอขอบคุณครูเต้ ที่อุตส่าห์ทนฟังเสียงเปียโนแย่ ๆ ของเค้ามาครบ 1 ปีแล้วนะคะ" แฮปปี้แอนนิเวอซารี่มา ณ ที่นี้