เริ่มเดิมทีก่อนที่ฉันจะเรียนกับครูเต้ ครูสอนเปียโนคนปัจจุบัน ฉันก็ไปลองมาหลายต่อหลายที่ แบบว่าครั้งเดียวเป็นพีธีแล้วก็ตัดสินใจเดี๋ยวนั้นว่าจะตกลงเรียนหรือไม่ ว่าง่าย ๆ ฉันทำว่าที่ครูอกหักไปหลายคนแล้วนะ ... จนมีคนถามฉันว่าฉันเลือกครูยังไง? ฉันรู้ได้ยังไงว่าฉันจะเข้ากับครูคนไหนได้? 

 

ความจริงที่ฉันอยากจะเขียนเรื่องการเลือกครูสอนดนตรี นี่ก็เพราะว่าเร็ว ๆ นี้ ฉันพบเห็นกรณีหลากหลาย ทั้งเรื่องเล็ก ๆ อย่าง มีคนเจอครูสอนไม่รู้เรื่อง ไปจนกระทั้งมีคนเจอครูมีนิสัยแปลก ๆ หรือพวกอีโก้สูงลิบ พอเวลาได้ยินก็รู้สึกว่าฉันโชคดีจัง เพราะครูที่สอนฉันอยู่ วางตัวก็ดี สอนก็เก่ง รับเรื่องที่ฉันพูดตรง ๆ ก็ได้ด้วยนะ 

 

สำหรับคนที่ยังไม่ได้เรียนและหาสถาบันเรียนอยู่ ก็มักมาถามว่าเรียนที่ไหนดี ซึ่ง ฉันจะพูดเลยแบบฟันธงว่า "ที่ไหนก็ได้ที่มีครูที่ถูกใจเรา" นั่นแหละ ดีที่สุด เพราะเรียนดนตรี อยากจะให้ได้ผลเรียนมีความสุข และฝีมือพัฒนาเร็ว ตรงจุดประสงค์ของผู้เรียน มันก็อยู่ที่ครูทั้งนั้น

 

เมื่อเคลียร์เรื่องว่าครูเป็นคนสำคัญ ก็มาถึงเรื่องว่าแล้วจะเลือกยังไงให้เข้ากับเรา 

 

อย่างแรกคือ ครั้งแรกที่เราทดลองเรียนน่ะ เราคุยกับครูไหมว่า จุดประสงค์ที่เราอยากเล่นดนตรีไปเพราะอะไร? ข้อนี้สำคัญเลยนะ ... เพราะเราอยากผ่อนคลาย เรียนเล่น ๆ แก้เครียด แล้วไปเจอครูตั้งใจสอน ต้องแม่นต้องเนี๊ยบ ก็หมดสนุกกันน่ะซิ หรือบางคนอยากเรียนอย่างซีเรียส อยากเก่ง เจอครูชอบพูดมาก ชวนคุยในเวลาเรียน เพราะอยากให้นักเรียนชิว ๆ สุดท้ายเราก็ไม่ได้อะไร จริงไหม นอกจากนี้ ควรจะคุยกับครูเรื่องแนวเพลงที่อยากเล่นได้ เพราะถ้าครูถนัดป๊อป และนักเรียนอยากเล่นเพลงคลาสสิค ครูจะสอนได้ไหมล่ะนั่น ... 

 

อย่างที่สองคือ กำหนดสเป๊กครูไว้ก่อนล่วงหน้า (ประหนึ่งกำหนดเนื้อคู่ในอนาคต) เช่น ครูต้องเป็นผู้หญิง ใส่แว่น อายุ 18-25 ใจดี ในกรณีสาวกสาวแว่น (ยกตัวอย่างซ่ะ ... ไม่สมเป็นครูเลย) อย่างเรา คุณสมบัติที่เคยตั้งไว้ คือ แก่ พูดแล้วเราขยันซ้อม และมีสติ๊กเกอร์หมีแพนด้า (ออกนอกเรื่องอีกแล้ว) การตั้งสเป็คคร่าว ๆ จะทำให้เราเข้ากับครูได้ (นอกเรื่องอีกนิด ชีวิตคนเราควรกำหนดสเป็กเนื้อคู่ไว้คร่าว ๆ เหมือนกันนะ เพราะจะทำให้หาคนที่เข้ากันได้บ้าง แม้ตรงสเป็กแค่เพียงคุณสมบัติเดียวก็ยังดี) 

 

อย่างที่สาม (ข้อนี้เป็นความคิดของเราอ่ะนะ) คือ การมองครูที่ "รู้พัฒนาการของนักเรียน" ครูที่เก่ง ต้องมองพัฒนาการของนักเรียนออก มองปร๊าดดด ต้องรู้ว่า นักเรียนอยู่ในระดับไหน ควรผลักดันให้ไปไวหรือควรจะค่อยเป็นค่อยไป ครูที่ดี ไม่ควรดูแค่ผลงานของเด็ก แต่ควรดูว่าระยะเวลาที่เด็กซ้อม เอื้อต่อฝีมือเด็กขนาดไหน นั่นหมายความว่า ครูที่ดี สังเกตได้ง่าย ๆ ก็คือ ครูที่ 1.รู้ว่าเราซ้อมหรือไม่โดยที่เราไม่ต้องพูด 2.ใส่ใจความสนใจของคนเรียน เช่น รู้ว่าเด็กบางคนอยากได้สติ๊กเกอร์หมีแพนด้า หรือ ผู้ใหญ่ที่เรียนก็เพราะอยากเล่นเพลงยาก ๆ ได้และหวังสูงอะไรทำนองนี้ 3.ป้อนอะไรที่ทำให้เราพัฒนาได้เร็ว (หมายความว่ารู้ว่าอะไรเหมาะกับนักเรียนแต่ละคน) และเนื่องจากเป็นการเรียนตัวต่อตัวจึงหมายความว่า ครูต้องตอบสนองนักเรียนต่างกันไปในแต่ละคนได้ หากครูคนไหนที่สามารถสอนได้ทุกช่วงวัย แปลว่าครูคนนั้นเก่งแล้ว และก็เป็นครูจริง ๆ คือ ไม่เลือกคนที่จะเรียน ไม่ใช่เพราะเห็นว่าคนเก่ง เด็กเทพ ถึงจะสอนเท่านั้น 

 

เพราะงั้น คนที่ถามฉันมาว่าทำไมถึงต้องเป็นครูคนนึ้ ก็เพราะ ... ตอนไปเรียนครั้งแรกครูถามว่า "ทำไมอยากเรียนเปียโน"  พอครูฟังที่ฉันเล่นครูก็ถามต่อว่า "ใช้เวลาซ้อมเพลงที่เล่นนี้นานไหม" (เชื่อม๊ะ ไม่มีใครถามเลยอ่ะ มีแต่ครูเต้เนี๊ยะแหละถาม ซึ่งถือว่าเป็นครูคนแรกที่สอบถามพัฒนาการซ้อมของฉันตั้งแต่ยังไม่เริ่มสอนเลย) และครูก็มีรังสีแผ่ออกมาตอนยืนข้าง ๆ ดูฉันเล่นเปียโนน่ะซิ มันเป็นความรู้สึกที่เวลาไปเรียนกับคนอื่นแล้วมันไม่มีแผ่ออกมาน่ะคะ และเรียนมาจนถึงป่านนี้ปีนึงแล้ว ฉันยังไม่เคยเห็นครูเต้เล่นเพลงอะไรจริงจังให้ฉันฟังเลย (เคยเห็นแต่ไซท์รีด) ฉันไม่รู้ว่าครูเล่นเปียโนเก่งหรือเปล่า แล้วฉันก็ไม่แคร์มันเท่าไหร่ด้วย ที่แคร์ก็แค่ว่าครูสอนเก่ง พูดรู้เรื่อง เป็นพอ (เพราะครูเก่ง ๆ แต่พูดไม่รู้เรื่องน่ะ มีเต็มเลย ... อย่างครูในมหา'ลัย ที่เรียนจบมาเนี๊ยะ - -")

 

ชีวิตของฉันทะเลาะกับครูตั้งแต่เด็กจนโตเลยล่ะคะ ว่าง่าย ๆ ก็ตั้งแต่อนุบาลไปยันจบมหา'ลัย ก็ยังมีเรื่อง เพราะครูไม่ได้เพรียบพร้อมด้วยศีลธรรมนะคะ ครูก็เป็นปุถุชน เรื่องการกระทบกระทั้งมันเลยเกิดขึ้นได้ง่าย โดยเฉพาะ เด็กที่ครู ๆ ชอบคิดว่ามีปัญหา อย่างฉันเนี๊ยะ  (ฉันยืนยันนะว่าฉันไม่ได้มีปัญหา แต่ครูชอบคิดว่าฉันมีปัญหา) เพราะฉะนั้นฉันค่อนข้าง Happy มาก ๆ เวลาเจอครูที่ถูกใจนะคะ อย่างครูสอนเปียโน ถ้าคิดว่ากว่าเราจะเล่นเก่ง และต้องอยู่กับครูคนนึงเป็นระยะเวลาหลายปีแล้วล่ะก็ มันก็ต้องพิถีพิถันเลือกนะคะ 

 

ความจริงฉันก็ไม่ได้คิดว่ามันจะแน่นอนที่ฉันจะเข้ากับครูคนนี้ได้ตลอดเวลาหรอกค่ะ อนาคตเราคาดเดาไม่ได้ ยิ่งฉันไม่ได้เป็นหมอดูด้วยแล้ว ฉันก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เพราะเป็นเช่นนี้ ฉันถึงได้คิดว่าการพูดตรงไปตรงมากับครูคนที่สอนเป็นสิ่งสำคัญค่ะ ไม่งั้นถ้ายิ่งไม่พูดตรงไปตรงมากันสุดท้ายเกิดอะไรที่ผิดข้อหมองใจก็รังแต่จะทำให้มองหน้ากันไม่ติดนะคะ อย่างที่เคยไปทดลองเรียนมา คนไหนไม่ใช่ ฉันก็บอกเลยว่า คงไม่ได้เรียนด้วย ยังไม่ใช่แนว หรือสมมตินะ ฉันเกิดไม่อยากเล่นคลาสสิคแล้ว ฉันคงไม่นั่งกระมิดกระเมี้ยน ไม่พูดไม่จา ทนเรียนต่อ หรือ หนีหายหัวไปเฉย ๆ แต่ฉันจะพูดตรง ๆ ไปเลยว่าไม่เรียนแล้ว ชอบอย่างอื่นแล้ว จริง ๆ แล้วฉันเคยเรียนไม่รู้เรื่องนะ กับครูที่โรงเรียน (ไม่ใช่ครูสอนเปียโน) ฉันก็บอกเลยว่าครูสอนไม่รู้เรื่อง ดูซิ เพื่อนทั้งห้องไม่มีใครเข้าใจเลย (แต่ respond ครูคนนั้นเขาไม่ยอมรับตัวเองเท่าไหร่) ซึ่งฉันไม่เคยเสียใจเลยที่จะพูดไปอย่างงั้น ไม่ใช่ไม่อยากถนอมน้ำใจ แต่นี่เราหวังดีนะ บริสุทธิ์ใจและอยากให้เขารู้ตัวว่าเขาควรปรับปรุงบ้าง ซึ่งเขาก็อีโก้เหมือนเดิม ก็ไม่รู้จะช่วยยังไง ฉันว่าครูก็ปุถุชน เราก็ปุถุชน ถ้าพูดตรงแล้วครูรับไม่ได้ มันก็เรื่องของครู ไม่ใช่เรื่องของเรา ในเมื่อเราไม่ได้โกหกและหวังดีนะ ครูสอนไม่รู้เรื่องจะมาดันทุรังเรียนต่อ หรือ พูดอ้อมปัดไป เขาก็คงไม่รู้ตัวอยู่อย่างงั้น 

 

ที่เขียนมาก็น่าจะได้ประโยชน์ต่อผู้อ่านบ้างนะคะ 

 

ฉันพยายามเขียนลดระดับความแรงแล้วนะขอบอก ... จริง ๆ ล่ะก็ ฉันแรงมากเลยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนมนุษย์เนี๊ยะ (คิก ๆ ๆ ๆ) ก็อย่างที่บอกมีเรื่องกับครูตั้งแต่เด็กจนโตนี่น้า (ถ้าอยากฟังเรื่องขี้โม้ของฉันก็มาถามส่วนตัวแล้วกันนะคะ เขียนในนี้จะไม่ค่อยงามเท่าไหร่)  

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

มือเดียวเล่นเปียนโนได้ไหมครับconfused smile

#1 By เอกน้อย on 2008-08-25 09:46

ได้ประโยชน์เน้อๆbig smile

สเปคครูของเราก็เเบบ สาว โสด น่ารัก(ตกลงมันจะเรียนรู้เรื่องมั้ยหวา อิอิอิ)ซึ่งตอนนี้ก็เรียนอยู่ เเฮบปี้ดีนะ
จริงๆครูขอเป็นผู้หญิงก็พอ ไม่ได้หื่นเเต่ว่าไม่อยากเรียนกับครูผู้ชายในห้องสองต่อสองอ่ะ(เดี๋ยวเกิดหวั่นไหวopen-mounthed smile )

ความจริงคือเราว่าครูที่ดูพัฒนาการได้ก็สำคัญอยู่ เเต่เราก็ซ้อมเองซะส่วนใหญ่อยู่เเล้ว เราจึงเน้นไปที่การซ้อมด้วยตัวเองซะมากกว่า สเปคครูเลยไม่เรื่องมากเท่าไหร่ ความสำคัญน่าจะอยู่ที่การฝึกฝนมากกว่า

ส่วนเรื่องไม่ลงรอยกับครู เราว่าปรับจูนกันได้ด้วยการพูดจาที่ประนีประนอมดีกว่านะbig smile

#2 By raysama on 2008-08-25 11:01

แต่สำหรับช้าน เจอลูกศิษย์ดื้อ ก็แอบเซงนะ กลัวว่าจะไปทำร้ายร่างกายมันเข้าซักวัน (โหดมะ ฮ่าๆๆๆๆ)

#3 By ตองพี (119.63.93.10) on 2008-08-25 14:28

ส่วนตัวที่พี่คิดว่าสำคัญ ก็คือครูที่สื่อสารกับเรารู้เรื่อง พูดภาษาที่เราฟังเข้าใจ และเข้าใจที่เราต้องการสื่อให้

ตอนนี้ก็ค่อนข้างมีความสุขกับการเรียนนะ แม้มันจะไม่ค่อยก้าวหน้าไปไหนก็ตามที

big smile

#4 By แรงใจไฟฝัน on 2008-08-25 15:13

ผมเลือกครูให้ลูก2คนคนหนึ่งอายุประมาณ20กว่าๆ..อีกคนหนึ่งอายุ67..ผมอยากให้ลูกได้ประสบการณ์หลายๆแบบ..ซึ่งลูกผมก็ชอบครูทั้งสองคนนะ..ครูวัยรุ่นสอนตามตำรายามาฮ่า(อาจจะบางทีนอกบทเรียนบ่อยๆ)แต่ครูสูงวัยสอนเพลงที่เล่นแล้วคนรู้จัก..พังไพเราะ..ซ้อมแล้วไม่เบื่อ.แบบว่าพ่อก็ชอบ..เพราะเวลาฟังเพลงคราสสิคหูไม่ถึงอ่ะ..เลยตอนนี้ต้องมานั่งหัดฟังเพลงคราสสิคบ่อยๆ..เวลาลูกเล่นผิดจะได้รู้ว่าไม่ได้มั่ว..ตอนนี้ลูกเลยชอบเล่น...ซ้อมทุกวันเลย

#5 By gut (125.24.180.115) on 2008-11-20 13:33

อ่านแล้วน่ารักดีอ่ะ
เราก็เจอครูที่ถูกใจแต่เดือนหน้าจะเลิกสอนแล้วซะงั้น -*-

#6 By flawas on 2009-01-18 21:10

อยู่ที่ตัวนักเรียนด้วยนะคะ ถ้าได้ครูดีเท่าไร แต่ถ้ายังเอาตัวเองเป็นจุดศูนกลางของโลกอยู่ละก็ จะไม่พัฒนานะคะ(ในทุกๆเรื่องค่ะ)

#7 By a++ (125.26.5.145) on 2009-03-19 23:58