ฉันเริ่มเรียนดนตรีตอนโตแล้วค่ะ คนในกลุ่มเพื่อน ๆ ใน Piano-lovers.net หลายคนก็เพิ่งเริ่มตอนโตแล้ว แล้วก็มักจะเขียนคำถามยอดฮิตแป๊ะบอร์ดจำพวกว่า "แก่แล้วแต่ใจรักในเสียงดนตรีจะเริ่มเรียนได้ไหม" คือถ้าเข้าไปอ่านในบอร์ดบ่อย ๆ ก็จะคุ้นคยจนเห็นเป็นเรื่องปกติไปค่ะ (แต่คนในบอร์ดที่นี่ดีนะคะ ไม่เคยเบื่อคำถามเหล่านี้ เวลาคุณปู่ คุณยา ท่านไหนอยากเรียนดนตรี ทุกคนก็ให้กำลังใจกันใหญ่)

ฉันเลยอยากเขียนเรื่องความต่างระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่เสียหน่อย เนื่องจากว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นฮิตติดชาร์จ และควรจะเขียนหยิบยกอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ เผื่อเป็นประโยชน์กับคนที่หลงเข้ามาอ่านบ้าง

พี่เทพ คุณครูสอนฟลุ้ทคนแรกและคนเดียวของฉัน เคยบอกตอนสมัยฉันยังไม่ค่อยรู้จักดนตรีดีนักว่า

"เวลาเรียนดนตรีบางทีหัดเอาอย่างเด็กเสียบ้าง ผู้ใหญ่มักจะสงสัยไปเรื่อย ว่าทำเทคนิคแบบนี้แบบนั้นไม่ได้สักที แต่เด็กเวลาเรียนผิดถูกไม่รู้ รู้แต่ว่าซ้อมไปเหอะครูสั่งมายังไงก็ซ้อมอย่างงั้น บางทีซ้อมไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่คิดอะไร มันก็ได้เองโดยไม่ต้องเสียเวลามานั่งสงสัย" 

แต่ ณ ตอนนั้นที่พี่เขาพูดกับฉัน ฉันยังเป็นเด็กอยู่ค่ะ แต่คือเป็นเด็กขี้สงสัยอยู่มาก เลยยังไม่เข้าใจข้อความที่พี่เทพต้องการจะสื่ออย่างบริบูรณ์ รู้แค่เพียงว่า พี่เขาคงไม่อยากให้เราบ่นมากจนไม่ยอมซ้อมและทำการบ้านไม่เป็นโล้เป็นพาย ไม่ได้เข้าใจถ่องแท้ว่า เด็กและผู้ใหญ่ต่างกันอย่างไร

ต่อไปนี้จะพูดถึงข้อต่างของผู้ใหญ่กับเด็ก

เนื่องจาก ... ผู้ใหญ่รู้โลกมาเยอะค่ะ เพลงที่เคยฟังก็คงเยอะกว่าเด็ก ๆ หลายเท่า ผู้ใหญ่รู้ดีว่าจะหาแหล่งข้อมูลเรื่องที่ตนสนใจได้ที่ไหนบ้าง มันเลยไม่ยากเลยนะคะ ที่ผู้ใหญ่บางคนไม่เคยเรียนดนตรีมาเป็นชิ้นเป็นอัน แต่รู้จักประวัติบีโธ่เฟ่น รู้จักซิมโฟนี่นับเบอร์ไฟว์ (แม้จะไม่รู้จักไฮไฟว์ก็ตาม) รู้ว่าโดเรมีมันเป็นยังไง ผู้ใหญ่บางคนที่คอดนตรีหน่อย ถึงแม้เล่นเครื่องดนตรีไม่เป็นก็สามารถฟังออกได้ว่า อย่างไงถึงเรียกว่าเพราะหรือไม่เพราะ 

สำหรับเด็ก ๆ ที่รู้โลกมาน้อยกว่าแล้ว การแค่ได้เรียนรู้ว่า โด เร มี มันมีเสียงเป็นอย่างไร ก็ทำให้ตัวเองภูมิใจไม่น้อยแล้วนะคะ หรือการที่ได้เล่นเพลงน้องน้อย แค่นั้นเด็กก็รู้สึกว่าตัวเองเล่นดนตรีเป็นแล้ว

ความต่างนี้เองทำให้พวกผู้ใหญ่ขี้สงสัยว่า "ทำไมเราเล่นเปียโนเสียงไม่เหมือนในซีดีเสียที" (ฉันเองก็เป็นค่ะ) นอกจากนี้พวกผู้ใหญ่เนื่องจากรู้มากก็ถามอะไรเกินตัวนะคะ พวกว่าเทคนิคนี้เล่นยังไง ... อันนี้คืออะไร ... อันนั้นคืออะไร ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ถึงเวลาที่จะใช้ แต่เหมือนเคยรู้มาบ้างว่ามันมีอย่างงี้ก็ถามไว้ก่อน (ฉันเองเป็นมากค่ะ บางทีถามจนครูเต้รำคาญ โบ้ยว่าติดประชุมประจำ อิ ๆ)

มันไม่ผิดที่จะถาม หรือสงสัยนะคะ ... แต่ความสงสัยมาก ๆ บางทีก็เป็นมารในการฝึกซ้อมเหมือนกัน (ทางพุทธเขาเรียก วิจิกิจฉา -- เกี่ยวกันไหมนะ) แต่เรื่องของเรื่องที่จะพูดคือ ในการเรียนดนตรีนี่มันอาศัยทักษะบางอย่างที่สอนกันไม่ได้นะคะ และการเข้าใจ 10 โดยที่ยังไม่เข้าใจ 1 2 3 4 5 ... ก็ไม่เอื้อประโยชน์อันใด (ในทางพุธอาจจะเหมือนกับคนที่สงสัยในนิพพาน ทั้ง ๆ ที่ยังไม่เคยลองเข้าใจถึงอริยสัจ) วิธีการที่จะทำให้ถึงเป้าหมาย เทคนิคของดนตรีบางอย่างจึงอาศัยการปฏิบัติจนกล้ามเนื้อเกิดความชำนาญที่พร้อมต่อทักษะใหม่ค่ะ 

----- ฉันขออภัยที่ยกตัวอย่างเกี่ยวกับศาสนานะคะ แต่พุทธมีคำสอนที่ตรงเรื่องนี้พอดีอยู่ -----

นั่นเลยค่ะ ... มาถึงตรงนี้ ลองย้อนกลับไปอ่านข้อความในกรอบชมพูข้างบนได้นะคะ ... ว่าตกลงแล้วที่พี่เทพพูดมันหมายความว่ายังไง

อย่างไรก็ดีถ้าพูดถึงเด็กไทยส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นพวกเชื่อผู้ใหญ่ ขี้อาย เวลาครูถามว่าสงสัยอะไรไหม ก็จะไม่มีเด็กหัวไหนยกมือขึ้นถาม (ยกเว้นโรงเรียนนานาชาติ หรือบ้านที่ปลูกฝังให้เด็กเป็นตัวของตัวเองสูง) อันนี้เป็นวัฒนธรรมของบ้านเมืองเรา (ที่ควรรักษาไว้หรือไม่นะ) แต่ถ้าถามเด็กบ้านเรากันตรง ๆ ทำไมหนูถึงเล่นเพลงนี้ดังเพลงนี้เบาค่ะ คุณอาจจะไม่ได้คำตอบว่า เล่นแบบนี้แล้วเพราะ แต่คุณอาจจะได้คำตอบว่า "ครูสอนมาแบบนี้" แทนค่ะ

นอกจากนี้ถ้ามองโดยภาพรวมแล้ว ส่วนใหญ่เด็กจะใช้เวลาเรียนดนตรีนานกว่าผู้ใหญ่นะคะ (ไม่มีผลการวิจัยรับรองค่ะ อันนี้มาจากการสังเกตของฉันเอง และอีกหลาย ๆ คนที่พูดประโยคนี้) เท่าที่ฉันสังเกต เด็กมักซ้อมโดยไม่รู้จุดประสงค์ละเอียดจำพวกเป้าหมายชีวิตว่าจะเรียนเปียโนไปเพื่ออะไร แต่สำหรับผู้ใหญ่ที่เห็นโลกมามากกว่าย่อมรู้ดีว่าที่ตนกำลังทำอยู่นั่นเพื่อผลประโยชน์สุขทางจิตใจ (และเวลาบนโลกที่เหลือน้อยลงทุกที) ... 

การปลูกฝังพัฒนาการความขี้สงสัยของเด็กบ้าง เพื่อให้เด็กสงสัยว่า "เราเรียนดนตรีไปเพื่ออะไร" หรือ "อะไรบ้างที่จะทำให้เพลงเพราะขึ้น" ฉันว่าจะช่วยให้เด็กเรียนดนตรีไปได้ไวทีเดียวนะคะ

สรุปแล้วเนี๊ยะ (สำหรับคนที่ขี้เกียจอ่าน)

ผู้ใหญ่ก็สงสัยอะไรให้น้อยลงหน่อย ส่วนเด็กก็สงสัยอะไรให้มากขึ้นหน่อย อาจจะช่วยให้เล่นดนตรีไปได้ไวขึ้นนะคะ

-------------------
ปล. อาทิตย์นี้ ครูสอนเปียโนของฉันไปเที่ยวกับลูกสาวค่ะ ... ต้องรออาทิตย์หน้านะคะ  ฉันถึงจะได้เขียนเรื่องเรียนเปียโน

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ครูให้ได้แค่ทฤษฎี แต่ให้ฝีมือไม่ได้

เด็กบางคน ที่เรียนเท่าไหร่ก็ไม่เก่ง

เพราะรอแต่ให้ครูป้อน sad smile

ใช่ค่ะ บางทีผู้ใหญ่ก็สงสัยมากไป อิอิ confused smile

ยกตัวอย่างประกอบดีค่ะ ชอบๆๆๆ

#1 By Rawisara on 2008-03-29 19:35

กี้เขียนเรื่องนี้ ถูกใจเรามากๆ เพราะนี่คือ ประเด็นที่แท้จริงเลยของการเรียนเปียโนของผู้ใหญ่

หลายๆคนชอบคิดว่า ที่ตัวเองมาเรียนตอนโนแล้วเนี่ย แล้วเล่นได้ไม่ดี เป็นเพราะ นิ้วแข็งมั่งละ จริงๆแล้วมันเกี่ยวกันน้อยมากๆ

อีกอย่างนึงคือ ผู้ใหญ่ที่ทำงานด้วยเรียนด้วย มักไม่ค่อยได้ซ้อมบ่อยนัก เวลาไปเรียนที ก้อเรียนของเดิมๆ มันก้อไม่พัฒนา

เคยได้ยินประโยคนึงเค้าบอกว่า

"เมื่อชีวิตคุณวุ่นวายน้อยลง คุณจะเข้าใกล้ศิลปะมากขึ้น"

#2 By ตองพี (125.27.36.184) on 2008-03-30 14:01

สิ่งที่เด็กส่วนใหญ่ขาดก็คือฉันทะ หรือความรักชอบในดนตรีที่เกิดจากตนเองอย่างแท้จริง (ขอเอาคำพระมาใช้มั่งนะ)ส่วนใหญเรียนไปเพราะพ่อแม่บังคับหรือชักจูงแกมบังคับให้เรียน โดยหวังว่าเรียนๆไปแล้วก็จะชอบได้เอง จริงๆถ้าเริ่มจากการที่พ่อแม่ชอบดนตรีจริงๆ โดยเฉพาะหากพ่อแม่เล่นเองด้วยหรือฟังดนตรี เด็กที่เจิบโตขึ้นมาในบรรยากาศแบบนั้นก็จะค่อยๆซึมซับ และเกิดความอยากที่จะเรียนรู้ดนตรีขึ้นมาเอง โดยเฉพาะถ้าปราศจากการกดดันหรือเคี่ยวเข็ญจากผู้ใหญ่ เพราะการบังคับทำให้เด็กรู้สึกว่าการเรียนดนตรีคือการโดยทำโทษแบบหนึ่งนั่นเอง

ที่แบงค์พูดก็ใช่เลย ถ้าชีวิตเรายังคงวุ่นวายกับการหาเลี้ยงปากท้อง หรือต้องเลี้ยงลูกเล็กๆกระจองอแง ก็คงไม่ค่อยได้มีโอกาสชื่นชมกับศิลปะเท่าไรนัก ดังนั้นคนแก่ก็มีข้อดีของการแก่นะ โดยเฉพาะถ้าเราแก่อย่างมีคุณภาพ (เข้าข้างตัวเองอีกแล้วเรา)

ปัญหาของผู้ใหญ่ที่เรียนเปียโนอีกประการ นอกจากขี้สงสัยแล้ว ก็คือความคาดหวังที่ไม่ได้ไปกับสภาพความเป็นจริง เนื่องจากผู้ใหญ่มักมีรสนิยมทางดนตรีที่สูงกว่าเด็ก เมื่อหัดเล่นก็จะหวังว่าต้องเล่นให้ได้อย่างที่เราเคยฟังมา (หรือไม่ใช่ก็ใกล้เคียง) โดยบางครั้งลืมไปว่า การเรียนรู้ก็ต้องมีขั้นตอนและระยะเวลาในการบ่มเพาะต้นกล้าของมันเช่นกัน ทำให้เรียนไปถึงระยะหนึ่ง เมื่อไม่ได้ดังใจก้อเกิดอาการท้อหรือตำหนิตัวเองว่าไปไม่ได้ ต้นไม้แห่งดนตรีก็เลยไม่มีโอกาสได้งอกงามเมื่อถึงระยะเวลาของมัน

#3 By แรงใจไฟฝัน (125.24.216.136) on 2008-03-31 10:54

ใช่เลยอ่ะ โดนจายสุดๆ

#4 By maomew (124.121.251.53) on 2008-04-02 01:23

ปัญหาของผู้ใหญ่ที่เรียนเปียโนอีกประการ นอกจากขี้สงสัยแล้ว ก็คือความคาดหวังที่ไม่ได้ไปกับสภาพความเป็นจริง เนื่องจากผู้ใหญ่มักมีรสนิยมทางดนตรีที่สูงกว่าเด็ก

ู^
^
^

ใช่เลย ชั้นนี่งัย อยากเล่น Jazz ปัจจุบันก็ยังอยู่แค่คำว่า "อยากเล่น" อยู่เลย 555+

#5 By ตองพี (221.128.122.67) on 2008-04-02 15:56

ทุกวิชาที่ต้องใช้ทักษะ คงหนีไม่พ้นการฝึกฝนอยู่ดีเน๊อะ
big smile

#6 By p-i-e on 2008-04-06 16:00

หวัดดีครับ เจอคอเปียโนเหมือนกันเเล้ว ยินดีที่ได้รู้จักนะครับbig smile

#7 By raysama on 2008-06-10 13:15